เตือนภัย!เกมสั่งตาย The Momo Challenge ภัยร้ายจากอินเตอร์เน็ตที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม

Momo-Challenge-doll

ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตทั่วโลกกำลังตระหนักถึงปัญหากับเกม The Momo Challenge เกมสุดอันตรายจากโลกออนไลน์ รวมไปถึงรัฐบาลเองก็กำลังจับตาดูเรื่องนี้อยู่อย่างใกล้ชิด หลังเกมดังกล่าวออกมาระบาดอีกครั้งหนึ่ง แม้ก่อนหน้านี้จะถูกกำจัดไปแล้วก็ตาม วันนี้เราจึงจะมาอธิบายและวิธีการป้องกัน หลีกเลี่ยง กับเกมดังกล่าว

อะไรคือ The Momo Challenge ?

แม้จะชื่อ Momo ที่ฟังดูน่ารัก แต่เจ้าตัวนี้ไม่ได้น่ารักอย่างที่คิดเลย เนื่องจาก The Momo Challenge ได้มีอีกชื่อหนึ่งที่สุดแสนจะน่ากลัวว่า “Suicide Game” หรือแปลเป็นไทยว่าเกมฆ่าตัวตายนั่นเอง ก่อนหน้านี้เคยระบาดอย่างหนักในโซเชียล อย่างแอพพลิเคชั่นชื่อดังอย่าง WhatsApp ช่วงปี 2016 โดยลักษณะจะเป็นผู้หญิงตากลมโต แทบจะทะลุออกจากเบ้าตา มีตรงผมยาว จมูกแบนใหญ่ และมีลักษณะสำคัญที่น่ากลัวอย่างหนึ่ง คือ ปากที่ยิ้มกว้างจนฉีก แค่เพียงได้เห็นก็ภาพจำติดตากันเลยทีเดียว

โดยทาง Momo จะทำการติดต่อด้วยรูปแบบกล่องข้อความสนทนา และทำการสั่งให้ทำชาเลนจ์หรือภารกิจต่างๆ ให้สำเร็จเป็นขั้นๆ โดยจะมีการติดตามผล เช่น กรีดแขนตัวเอง, กรีดคอ ไปจนถึงขั้นการฆ่าตัวตายเลยทีเดียว หากใครที่ไม่ยอมทำตาม จะถูก Momo ขู่ว่าจะตามหลอกหลอน และจะตามไปจนถึงข้างเตียง รวมถึงจะกัดกินแขนขาของผู้ที่ไม่ทำตามด้วย พร้อมกับส่งภาพที่มีความรุนแรงและไม่สบายใจเมื่อเหยื่อเห็น

Aiso-destroy-momo

ตามอดีต The Momo Challenge ได้เริ่มระบาดเมื่อปี 2016 โดยหลายฝ่ายเชื่อว่ากำเนิดเกิดที่ประเทศเม็กซิโก ซึ่งจะส่งต่อผ่าน WhatsApp  แต่เกมดังกล่าวก็ได้ล่ามไปยังประเทศอื่นๆ ใกล้เคียง เช่น อาร์เจนตินา, บราซิล, โคลอมเบีย ต่อมาเมื่อเกมนี้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางมากขึ้นบนโลกออนไลน์ ส่งผลให้มันข้ามไปยังประเทศทวีปยุโรปบางประเทศ เช่น อินเดีย, ฟิลิปปินส์ ไปจนถึงประเทศมหาอำนาจอย่าง สหรัฐอเมริกา อีกด้วย

การกลับมาของเกมสั่งตาย The Momo Challenge ได้เผยแพร่สู่สื่อผ่านช่องทางบนเว็บไซต์ Youtube อีกครั้งในช่วงเดือนกรกฎาคม ในปี 2018 ซึ่งนาย ReignBot เป็น YouTuber (ยูทูปเบอร์ คือ คนที่รับความนิยมและมีผู้ติดตามบน Youtube) ได้รับการติดต่อจาก Momo โดยผ่าน WhatsApp

ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2019 เกม The Momo Challenge ได้กลับมาระบาดอย่างหนักอีกครั้งบนประเทศสหรัฐอเมริกา ในรูปแบบของ Facebook ส่งผลรัฐบาล สื่อยักษ์ใหญ่ต่างๆ พร้อมกับประชาชนผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต ทำการเฝ้าจับตาดู พร้อมกับให้ความรู้แก่เด็กๆ รวมถึงผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานระหว่างการใช้โลกโชเซียลอย่างใกล้ชิด